Caramel
Caramel คือมอร์ฟยีนด้อยที่เปลี่ยนโทนสีของงูคอร์นจากแดง-ส้มมาตรฐานไปสู่โทนน้ำตาลอบอุ่น เหลืองทอง และครีม ยังคงเมลานินไว้บางส่วนแต่เปลี่ยนลักษณะ[1] มักถูกจัดในกลุ่ม T+ Albino เพราะยังมี Tyrosinase ทำงานอยู่ต่างจาก Amel ที่เป็น T- โทนสีเหมือนชื่อ ให้ความรู้สึกอบอุ่นและหวานเหมือนคาราเมล[2]

ข้อมูลหลัก
- การถ่ายทอด
- Recessive
- ยีนที่เกี่ยวข้อง
- ยังไม่มีข้อมูลยีนยืนยัน
- พบครั้งแรก
- ยังไม่มีข้อมูลปี/ผู้ผลิต
Caramel คืออะไร
Caramel เป็นมอร์ฟยีนด้อยที่เปลี่ยนระบบสีของงูคอร์นไปอย่างเป็นเอกลักษณ์ แทนที่จะลดหรือกำจัดเม็ดสีแบบ Amel หรือ Hypo ยีน Caramel เปลี่ยนลักษณะการแสดงออกของเมลานิน ทำให้สีแดง-ส้มมาตรฐานของงูคอร์นเปลี่ยนไปเป็นโทนน้ำตาลอบอุ่นและเหลืองทอง[1] ดวงตาของงู Caramel ยังเป็นเทาหรือน้ำตาลอ่อน ต่างจาก Amel ที่ดวงตาชมพู-แดง เพราะ Caramel อยู่ในกลุ่ม T+ Albino ซึ่งหมายถึงยังมีเอนไซม์ Tyrosinase ทำงานอยู่บ้าง ต่างจาก T- Albino อย่าง Amel ที่ Tyrosinase หยุดทำงานโดยสมบูรณ์[2] ชื่อ Caramel เป็นชื่อที่ตั้งตามโทนสีซึ่งตรงมากจนแทบไม่ต้องอธิบาย
ประวัติ
Caramel เป็นมอร์ฟที่ค้นพบและเพาะในระบบในสหรัฐอเมริกา ช่วงทศวรรษ 1980 ถึง 1990 ในยุคที่วงการงูคอร์นกำลังเติบโตและมีการค้นพบมอร์ฟใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง[3] เนื่องจากโทนสีที่โดดเด่นและแตกต่างจากมอร์ฟที่มีอยู่ก่อน Caramel จึงได้รับความสนใจและถูกนำไปพัฒนาในคอมโบต่างๆ อย่างรวดเร็ว[2] ปัจจุบัน Caramel เป็นมอร์ฟที่มีความต้องการสม่ำเสมอในตลาด เนื่องจากโทนอบอุ่นที่แตกต่างจากมอร์ฟสีสดอื่นๆ
พันธุกรรมและการถ่ายทอด
Caramel เป็นยีนด้อย การผสม Het Caramel x Het Caramel ให้ผลตามตาราง Punnett มาตรฐาน: Visual Caramel 25%, Het Caramel 50%, Normal 25%[1] Caramel เป็น non-allelic กับยีนด้อยหลักอื่นๆ ในงูคอร์น ได้แก่ Amel, Anery A, Charcoal และ Hypo จึงสามารถรวมในคอมโบได้โดยวางแผนผสมตามปกติ สิ่งที่ทำให้ Caramel แตกต่างจากกลุ่มอื่นในเชิงชีววิทยาคือการจัดอยู่ในกลุ่ม T+ (Tyrosinase-positive) ซึ่งหมายถึงเอนไซม์ Tyrosinase ยังทำงานอยู่แต่ผลิตเม็ดสีที่ผิดปกติจากการกลายพันธุ์[2]
จุดสังเกต
โทนสีและคอนทราสต์
Caramel เป็นมอร์ฟที่โทนสีสม่ำเสมอและอบอุ่นตลอดลำตัว ความแตกต่างจากมอร์ฟอื่นชัดมากเพราะโทนน้ำตาล-เหลืองไม่ใช่โทนปกติของงูคอร์น[1] บางสายให้น้ำตาลเข้มจัด บางสายออกเหลืองทองสว่าง ขึ้นอยู่กับการคัดเลือกและสายพันธุ์ คอนทราสต์ระหว่างแซดเดิลน้ำตาลและพื้นเหลือง-ครีมอาจไม่แรงเท่า Normal แต่ความอบอุ่นของโทนสีทดแทนได้อย่างสวยงาม[2]
บทบาทในคอมโบ
Caramel ให้โทนเฉพาะตัวที่เปลี่ยนสีสันของคอมโบอย่างชัดเจน Amber (Caramel + Hypo) ให้งูโทนเหลืองทอง-ส้มอ่อน Butterscotch (Caramel + Amel) ให้งูเหลืองอ่อน-ขาวอมเหลืองที่สวยงาม และ Cara Blanca (Caramel + Anery A) ให้งูโทนขาว-น้ำตาลอ่อนที่หายาก[1] เนื่องจาก Caramel เปลี่ยนโทนพื้นฐานของงู การรวมกับยีนอื่นจึงให้ผลที่ดูแตกต่างกว่าการใช้ยีนฐานอื่น ทำให้นักสะสมที่ต้องการความแปลกใหม่นิยมใช้ Caramel เป็นส่วนประกอบหลัก[3]
คอมโบที่พบบ่อย
Amber
Butterscotch
Cara Blanca
Caramel Ghost
มอร์ฟที่ใกล้เคียง
Hypomelanistic
Lavender
Amelanistic (Amel)
คำถามที่พบบ่อย
Caramel เป็น T+ Albino หมายความว่าอะไร?
T+ หมายถึง Tyrosinase-positive คือยังมีเอนไซม์ Tyrosinase ทำงานอยู่แต่เกิดการกลายพันธุ์ที่ทำให้ผลิตเม็ดสีที่ต่างออกไป[1] ต่างจาก T- Albino อย่าง Amel ที่ Tyrosinase หยุดทำงานโดยสมบูรณ์ ทำให้ดวงตาของ Caramel ยังเป็นเทาหรือน้ำตาลอ่อน ไม่ใช่ชมพู-แดงเหมือน Amel
Caramel กับ Hypo ต่างกันอย่างไร?
Hypo ลดเมลานินแต่คงโทนแดง-ส้มพื้นฐานของงูคอร์น ส่วน Caramel เปลี่ยนโทนสีไปโดยสิ้นเชิงเป็นน้ำตาล-เหลือง[2] ทั้งสอง non-allelic กัน จึงรวมในคอมโบได้
ลูกงู Caramel กับงูโตต่างกันอย่างไร?
ลูกงู Caramel มักมีโทนน้ำตาล-ทองที่ค่อนข้างเข้ม เมื่อโตขึ้นโทนสีอาจเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยขึ้นกับสาย แต่โดยทั่วไปโทนน้ำตาล-เหลืองอบอุ่นยังคงชัดเจนตลอดชีวิต[1]