Lavender
Lavender คือมอร์ฟยีนด้อยที่ค้นพบโดย Rich Zuchowski ในปี 1985 ให้โทนสีชมพู เทาลาเวนเดอร์ และม่วงอ่อนที่เป็นเอกลักษณ์[1] ระบบสีของ Lavender แตกต่างจากมอร์ฟอื่นโดยสิ้นเชิง สีไม่ใช่การลดหรือกำจัดเม็ดสีอย่างตรงไปตรงมา แต่เป็นการเปลี่ยนแปลงในทิศทางชมพู-ม่วง ทำให้เป็นมอร์ฟที่หายากและเป็นที่ต้องการในตลาดงูคอร์นทั่วโลก[2]

ข้อมูลหลัก
- การถ่ายทอด
- Recessive
- ยีนที่เกี่ยวข้อง
- ยังไม่มีข้อมูลยีนยืนยัน
- พบครั้งแรก
- Rich Zuchowski, 1985
Lavender คืออะไร
Lavender เป็นมอร์ฟงูคอร์นที่โดดเด่นด้วยโทนสีชมพู เทาลาเวนเดอร์ และม่วงอ่อน ซึ่งเป็นโทนสีที่ไม่พบในมอร์ฟงูคอร์นชนิดอื่น[1] กลไกที่แน่ชัดในเชิงชีววิทยายังอยู่ระหว่างการศึกษา แต่ผลลัพธ์ภายนอกชัดเจนคือระบบสีทั้งหมดเปลี่ยนทิศทางไปในทางชมพู-ม่วง แทนที่จะเป็นแดง-ส้มแบบงูคอร์น Normal ดวงตาของงู Lavender มักเป็นชมพูอ่อนหรือแดงอมชมพู ซึ่งบ่งชี้ว่าเมลานินในดวงตาลดลงด้วย[2] Lavender เป็นมอร์ฟที่นักสะสมหลายคนมองว่าให้ความรู้สึก อ่อนโยน และ หายาก มากกว่ามอร์ฟรุ่นแรกอื่นๆ
ประวัติ
Rich Zuchowski นักเพาะพันธุ์งูคอร์นชาวสหรัฐฯ ค้นพบและเพาะ Lavender ได้สำเร็จในปี 1985[1] ช่วงเวลานั้นวงการงูคอร์นกำลังอยู่ในยุคทองของการค้นพบมอร์ฟใหม่ๆ ทั้ง Charcoal โดย Kathy Love และ Lavender โดย Zuchowski เกิดขึ้นในทศวรรษเดียวกัน Lavender ถือเป็นมอร์ฟที่น่าตื่นเต้นมากเพราะโทนสีของมันต่างจากทุกอย่างที่มีก่อนหน้า[2] ปัจจุบัน Lavender ยังคงเป็นมอร์ฟที่หายากกว่า Amel, Anery A หรือ Charcoal และราคาในตลาดสูงกว่ามอร์ฟพื้นฐานทั่วไป[3]
พันธุกรรมและการถ่ายทอด
Lavender เป็นยีนด้อย การผสม Het Lavender x Het Lavender ให้ผลตามตาราง Punnett มาตรฐาน: Visual Lavender 25%, Het Lavender 50%, Normal 25%[1] Lavender non-allelic กับยีนด้อยหลักอื่นๆ ทั้ง Amel, Anery A, Charcoal, Hypo และ Caramel จึงสามารถรวมในคอมโบได้อย่างเต็มที่ ข้อที่น่าสังเกตคือในงู het Lavender บางสาย อาจมองเห็นสีที่เปลี่ยนไปเล็กน้อยเมื่อเทียบกับงู Normal สายอื่น แต่การยืนยันต้องใช้การทดสอบผสม[2]
จุดสังเกต
โทนสีและคอนทราสต์
ความสวยของ Lavender อยู่ที่โทนที่หายากและอ่อนโยน สีชมพู-ม่วงของ Lavender ดูต่างจากมอร์ฟอื่นอย่างชัดเจน แม้ในภาพถ่ายที่แสงต่างกัน[1] บางตัวมีชมพูเข้มกว่า บางตัวออกเทาลาเวนเดอร์มากกว่า ความต่างนี้ขึ้นกับสายพันธุ์และการคัดเลือก สีของ Lavender อาจเปลี่ยนแปลงตามอายุและสภาพแวดล้อม บางตัวมีสีชมพูเข้มขึ้นเมื่อโตเต็มที่ บางตัวอาจจางลงเล็กน้อย[2] นักเพาะพันธุ์ที่ต้องการสีชมพูเข้มมักเลือกสายที่มีประวัติให้สีเข้มต่อกันหลายรุ่น
บทบาทในคอมโบ
Lavender เป็นยีนที่ให้ผลลัพธ์แปลกใหม่เมื่อรวมกับยีนอื่น Whiteout (Lavender + Amel) ให้งูขาวบริสุทธิ์หรือขาวอมชมพูที่สวยงามมาก Opal (Lavender + Anery A) ให้งูโทนขาว-เทาอมชมพู และ Orchid (Lavender + Hypo) ให้งูโทนชมพูสดขึ้น[1] เนื่องจาก Lavender เปลี่ยนโทนพื้นฐานในทิศทางชมพู-ม่วง คอมโบที่มี Lavender จึงมักได้ผลลัพธ์ที่ดูแตกต่างจากคอมโบที่ใช้ยีนอื่นเป็นฐาน และมักเป็นที่ต้องการสูงในตลาดนักสะสม[3]
คอมโบที่พบบ่อย
Whiteout
Opal
Orchid
Ruby
มอร์ฟที่ใกล้เคียง
Amelanistic (Amel)
Caramel
Cinder
คำถามที่พบบ่อย
Lavender เป็นยีนที่หายากแค่ไหน?
Lavender หายากกว่ามอร์ฟพื้นฐานอย่าง Amel, Anery A หรือ Hypo[3] เนื่องจากประวัติการค้นพบที่เกิดขึ้นช้ากว่าและสต็อกในตลาดน้อยกว่า ราคา Visual Lavender มักสูงกว่ามอร์ฟพื้นฐานอย่างชัดเจน
สี Lavender จะเปลี่ยนแปลงตามอายุไหม?
ใช่ สีของ Lavender อาจเปลี่ยนแปลงตามอายุและสภาพแวดล้อม[1] บางตัวชมพูเข้มขึ้นเมื่อโต บางตัวจางลงเล็กน้อย ขึ้นอยู่กับสายพันธุ์และสภาพสุขภาพ
Whiteout ต่างจาก Snow อย่างไร?
Snow เกิดจาก Amel + Anery A ส่วน Whiteout เกิดจาก Amel + Lavender[2] ทั้งสองให้งูขาว แต่ Whiteout อาจมีโทนชมพูอ่อนๆ ปรากฏบางส่วน ซึ่งมาจาก Lavender ที่เป็นส่วนประกอบ
งู het Lavender แยกแยะได้ไหม?
โดยทั่วไปแยกได้ยากมากด้วยตาเปล่า het Lavender มักหน้าตาเหมือน Normal การยืนยันต้องใช้การทดสอบผสมหรือซื้อจากแหล่งที่มีประวัติสายพันธุ์ชัดเจน[1]