Lavender
Lavender คือลักษณะไฮโปเมลานิสติก (Hypomelanistic) แบบหนึ่งในตุ๊กแกหงอน ทำหน้าที่ลดปริมาณเมลานินบนฐานสีเข้ม ส่งผลให้ตุ๊กแกเกิดโทนสีม่วงอ่อนหรือม่วงอมเทาแทนที่จะเป็นสีดำหรือสีเข้มธรรมดา[1] Lavender เป็นหนึ่งในสามลักษณะไฮโปเมลานิสติกที่ได้รับการยืนยันในชนิดนี้ และถูกคัดเลือกผ่านการผสมแบบ Line-bred มาหลายรุ่น[2]

ข้อมูลหลัก
- การถ่ายทอด
- Polygenic
- ยีนที่เกี่ยวข้อง
- ยังไม่มีข้อมูลยีนยืนยัน
- พบครั้งแรก
- ยังไม่มีข้อมูลปี/ผู้ผลิต
Lavender คืออะไร
Lavender ในตุ๊กแกหงอนไม่ใช่ฐานสี (Color Base) แบบเดียวกับ Buckskin หรือ Cream แต่เป็นลักษณะไฮโปเมลานิสติก (Hypomelanistic) กล่าวคือมันทำหน้าที่ลดปริมาณเมลานินบนฐานสีที่มีอยู่เดิม[1] ผลที่เห็นได้ชัดคือบริเวณที่ควรเป็นสีดำหรือสีเข้มจะเปลี่ยนเป็นโทนม่วงอ่อนหรือม่วงอมเทาอย่างชัดเจน Lavender จัดเป็นหนึ่งในสามลักษณะไฮโปเมลานิสติกที่ได้รับการยืนยันในชนิดนี้ ซึ่งแตกต่างจากลักษณะ Hypo แบบอื่นที่มักลดสีดำโดยไม่ให้โทนม่วง[2] ความเข้าใจจุดนี้มีความสำคัญเพราะ Lavender สามารถซ้อนทับบน Pattern มอร์ฟใดก็ได้ เช่น บน Harlequin หรือ Pinstripe ก็ยังให้โทนม่วงอ่อนในพื้นที่สีเข้ม
ประวัติและการพัฒนาสายพันธุ์
Lavender ในตุ๊กแกหงอนถูกพัฒนาขึ้นผ่านการคัดเลือกแบบ Line-bred โดยผู้เพาะพันธุ์ที่สังเกตเห็นว่าตุ๊กแกบางตัวมีโทนม่วงอ่อนผิดปกติบนพื้นที่ที่ควรเป็นสีเข้ม[1] ต่างจากยีนด้อยหรือยีนเด่นที่ต้องใช้ตัวทดสอบเฉพาะ Lavender ถูกเสริมความเข้มผ่านการจับคู่ตุ๊กแกที่มีลักษณะนี้รุ่นต่อรุ่นจนได้สายที่แสดงออกสม่ำเสมอ[2] ชื่อ “Lavender” มาจากโทนสีม่วงอ่อนที่เห็นได้ชัดในตุ๊กแกที่แสดงลักษณะนี้เต็มที่ ความนิยมเติบโตขึ้นในช่วงปลายทศวรรษ 2010 เมื่อผู้เพาะพันธุ์เริ่มเข้าใจว่ามันให้ผลลัพธ์ที่คาดเดาได้มากขึ้นเมื่อนำสายที่เข้มข้นมาผสมกัน[3]
พันธุกรรม: Polygenic Hypomelanistic
Lavender ทำงานแบบ Polygenic หมายความว่าไม่มียีนเดียวที่ 'เปิด' หรือ 'ปิด' ลักษณะนี้[1] แต่ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับการสะสมของยีนหลายตำแหน่งที่ช่วยกันลดเมลานิน สายที่ได้รับการคัดเลือกอย่างเข้มข้นจะให้โทนม่วงที่ชัดเจนและสม่ำเสมอกว่าสายที่ยังไม่ได้คัดเลือก ในทางปฏิบัติการผสม Lavender กับ Lavender สายเข้มจะให้โอกาสสูงกว่าที่ลูกจะแสดง Lavender ชัดเจน แต่ไม่สามารถคาดเดาเป็นอัตราส่วน Mendelian ตายตัวได้เหมือนยีนด้อย เพราะยังมีปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม อาหาร และอุณหภูมิที่ส่งผลต่อการแสดงออกของสีด้วย[2]
จุดสังเกต
ความแตกต่างจากมอร์ฟใกล้เคียง
Lavender มักถูกสับสนกับตุ๊กแกที่มีโทนเทาหรือน้ำเงินอมเทาทั่วไป แต่ความแตกต่างคือ Lavender จะให้โทนม่วงชัดเจน ไม่ใช่แค่สีเทา ส่วน Hypo แบบอื่นในตุ๊กแกหงอนจะลดสีดำโดยไม่เพิ่มโทนม่วง นอกจากนี้ยังต้องแยก Lavender ออกจาก Phantom ซึ่งเป็นอีกหนึ่งลักษณะ Hypo ที่ให้ผลต่างกัน[1] การแยกที่ชัดเจนที่สุดคือดูในพื้นที่สีเข้ม: ถ้าเป็นม่วงอ่อนแบบดอกลาเวนเดอร์ก็ถือว่าเป็น Lavender[3]
บทบาทในคอมโบและการวางแผนผสม
Lavender เป็น Modifier ที่นำมาซ้อนทับบน Pattern มอร์ฟได้ทุกประเภท คอมโบที่ได้รับความนิยมได้แก่ Lavender Harlequin ซึ่งให้ลายสีส้มหรือครีมบนพื้นม่วงอ่อน และ Lavender Pinstripe ที่เส้นลายขาวตัดกับพื้นม่วง[2] การวางแผนผสมควรเน้นสายที่มีความเข้มของ Lavender สูงเพื่อให้ลูกมีโอกาสแสดงม่วงชัดเจน ไม่ควรผสม Lavender สายอ่อนกับสายที่ไม่แสดง Lavender เลย เพราะผลลัพธ์มักเจือจางเกินไป[1]
คอมโบที่พบบ่อย
Lavender Harlequin
Lavender Pinstripe
Lavender Quad Stripe
Lavender Flame
มอร์ฟที่ใกล้เคียง
Phantom
Hypo
คำถามที่พบบ่อย
Lavender เป็น Color Base หรือ Modifier?
Lavender เป็น Hypomelanistic Modifier ไม่ใช่ Color Base[1] มันทำงานโดยลดเมลานินบนฐานสีที่มีอยู่เดิม ไม่ได้กำหนดฐานสีของตุ๊กแกเอง
Lavender ในตุ๊กแกหงอนเป็น Polygenic ไหม?
ใช่ Lavender ทำงานแบบ Polygenic[2] ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับยีนหลายตำแหน่งรวมกัน ไม่มียีนเดียวที่เปิดหรือปิดลักษณะนี้ การคัดเลือกสายอย่างต่อเนื่องจึงสำคัญมากในการพัฒนาความเข้มของสีม่วง
Lavender มีกี่แบบใน Hypo ของตุ๊กแกหงอน?
ตุ๊กแกหงอนมีลักษณะ Hypomelanistic ที่ได้รับการยืนยันสามแบบ Lavender เป็นหนึ่งในนั้นและเป็นแบบที่เด่นที่สุดเพราะให้โทนม่วงอ่อนชัดเจน[1]
ผสม Lavender ได้ผลแน่นอนไหม?
ไม่แน่นอนเหมือนยีนด้อยหรือยีนเด่น เพราะ Lavender เป็น Polygenic[2] การผสม Lavender สายเข้มกับสายเข้มให้โอกาสสูงสุด แต่ไม่มีอัตราส่วน Mendelian ที่ตายตัว