Hognose Snake

พฤติกรรมและพิษของงูฮอกโนส

รวมข้อมูลพฤติกรรมการป้องกันตัว การกางคอ การแกล้งตาย และเรื่องเขี้ยวหลังกับพิษอ่อนของงูฮอกโนสที่ผู้เลี้ยงควรรู้

พฤติกรรมและนิสัย

งูฮอกโนสเป็นงูที่มีพฤติกรรมป้องกันตัวที่น่าทึ่งและเป็นเอกลักษณ์มากที่สุดในบรรดางูที่เลี้ยงกันทั่วไป เมื่อรู้สึกถูกคุกคาม งูจะแสดงพฤติกรรมเป็นลำดับดังนี้ ขั้นแรกจะแผ่คอแบน กางหัวออกคล้าย hood ของงูเห่า (cobra flattening) พร้อมพองลำตัวส่วนหน้า เพื่อทำให้ตัวดูใหญ่และน่ากลัวขึ้น จากนั้นจะฟ่อเสียงดังและแกว่งหัวเหมือนจะฉก (bluff strike) แต่มักปิดปากระหว่างการฉก ขั้นสุดท้ายหากยังถูกรบกวน งูจะพลิกตัวหงายท้อง ปล่อยกลิ่น และแกล้งตาย (feigning death หรือ thanatosis) โดยนอนนิ่งปากอ้า ลิ้นห้อย ท่านี้สมจริงมากจนบางครั้งอุจจาระออกมาด้วยเพื่อเลียนแบบซากสัตว์[1] แม้จะมีการแสดงพฤติกรรมที่น่ากลัว แต่ในความเป็นจริง Western Hognose แทบไม่เคยกัดในการป้องกันตัว เมื่อเลี้ยงในกรงและถูกจัดการสม่ำเสมอ งูจะคุ้นเคยกับมนุษย์และมักนั่งนิ่งบนมือได้โดยไม่แสดงพฤติกรรมก้าวร้าว นักวิทยาการสัตว์เลื้อยคลานจัดงูฮอกโนสว่าเป็นงูที่มีอุปนิสัยสงบ (phlegmatic) และทนต่อการจัดการได้ดี[2] ด้านความเป็นอยู่ Western Hognose เป็นสัตว์หากินในเวลากลางวัน (diurnal) ถึงช่วงพลบค่ำ (crepuscular) ใช้เวลาส่วนใหญ่ขุดดินหรือซ่อนตัวใต้วัสดุรองพื้น ในฤดูหนาวงูจะเข้าสู่ภาวะพักกึ่งตาย (brumation) คล้ายกับการจำศีล และในการเลี้ยงงูส่วนมากจะหยุดกินอาหารในช่วงนี้เองแม้ไม่ได้ถูกลดอุณหภูมิจงใจ

เรื่องเขี้ยวหลัง (Rear-fang) และพิษ

งูฮอกโนสเป็นงูเขี้ยวหลัง (rear-fanged snake) หรือที่เรียกว่า opisthoglyphous ซึ่งหมายความว่าเขี้ยวที่มีร่องสำหรับนำพิษอยู่ที่ส่วนหลังของขากรรไกรบน ต่างจากงูพิษแท้อย่างงูเห่าหรืองูแมงกะพรุนที่มีเขี้ยวอยู่ด้านหน้า สารพิษของงูฮอกโนสผลิตจากต่อม Duvernoy's gland และถูกส่งเข้าไปทางร่องบนเขี้ยวหลังเมื่องูเคี้ยวเหยื่อ ไม่ใช่การฉีดเหมือนงูพิษแท้[3] พิษของงูฮอกโนสมีฤทธิ์อ่อนและเป็นพิษที่ออกแบบมาเพื่อทำให้สัตว์สะเทินน้ำสะเทินบกเช่นคางคกสงบนิ่งเพื่อกลืนกิน ไม่ใช่เพื่อฆ่าสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม ในทางการแพทย์งูฮอกโนสจัดเป็น Non-front-fanged colubroid (NFFC) ซึ่งมีความเสี่ยงต่ำมากต่อมนุษย์ หากถูกกัด อาจมีอาการบวมเฉพาะที่ แดง คัน หรือระคายเคืองเล็กน้อยในบางราย แต่ไม่มีรายงานการเสียชีวิตหรืออาการรุนแรงในคนสุขภาพดี[4] ความเสี่ยงที่ต้องระวังมากกว่าคืออาการแพ้ซึ่งพบได้น้อยมาก แต่ในทฤษฎีสามารถเกิดขึ้นได้โดยเฉพาะในคนที่แพ้โปรตีนในน้ำลายของงู ในทางปฏิบัติสำหรับผู้เลี้ยงทั่วไปงูฮอกโนสจัดว่าปลอดภัยและไม่จัดเป็นงูพิษอันตราย หากถูกกัดควรล้างแผลด้วยสบู่และน้ำ และพบแพทย์หากมีอาการผิดปกติ[3]

การแยกเพศ

การแยกเพศงูฮอกโนสทำได้หลายวิธี วิธีสังเกตภายนอกที่ง่ายที่สุดสำหรับตัวเต็มวัยคือดูที่หาง ตัวผู้มีฐานหางที่หนากว่าและหางที่ยาวกว่าตัวเมียเพื่อรองรับ hemipenes (อวัยวะสืบพันธุ์คู่) ส่วนตัวเมียมีฐานหางที่เรียวลงอย่างรวดเร็วหลังช่องโพรก (cloaca) อย่างไรก็ตามวิธีนี้ไม่แม่นยำ 100% โดยเฉพาะในลูกงู[5] วิธีที่แม่นยำกว่าคือการ probe (สอดเครื่องมือโลหะปลายทู่เข้าช่องโพรกเพื่อวัดความลึก) ตัวผู้จะ probe ได้ลึก 6-10 เกล็ดใต้หาง (subcaudal scales) เนื่องจากมีช่อง hemipenis ส่วนตัวเมียจะ probe ได้ลึกเพียง 1-3 เกล็ด[5] นอกจากนี้ยังมีวิธี popping สำหรับลูกงูอายุน้อย โดยกดเบาๆ บริเวณฐานหางเพื่อดันให้ hemipenes โผล่ออกมา ควรทำโดยผู้มีประสบการณ์เท่านั้นเพื่อป้องกันการบาดเจ็บ ความแตกต่างของขนาดระหว่างเพศชัดเจนมากเมื่ออายุมากขึ้น ตัวผู้ที่เต็มวัยจะมีน้ำหนักราว 70-150 g ขณะที่ตัวเมียเต็มวัยอาจหนักได้ถึง 250-400 g ความแตกต่างด้านขนาดนี้เองที่ทำให้ผู้เพาะพันธุ์นิยมเลี้ยงตัวเมียเพื่อผลิตไข่ในปริมาณมาก

คำถามที่พบบ่อย

งูฮอกโนสมีพิษไหม? อันตรายต่อคนหรือเปล่า?

งูฮอกโนสเป็นงูเขี้ยวหลัง (rear-fanged) ที่มีพิษอ่อน แต่ไม่จัดเป็นงูพิษอันตรายต่อมนุษย์ทั่วไป พิษของมันออกแบบมาเพื่อทำให้คางคกสงบนิ่งระหว่างกลืน ไม่ใช่เพื่อฆ่าสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม ถ้าถูกกัดอาจมีอาการบวม แดง คันเล็กน้อยที่บริเวณแผลในบางราย แต่ส่วนใหญ่ไม่มีอาการอะไร ไม่มีรายงานการเสียชีวิตจากการถูกงูฮอกโนสกัด ข้อควรระวังคือคนที่แพ้โปรตีนในน้ำลายงูอาจเกิดอาการแพ้รุนแรงได้ในทฤษฎี แต่พบน้อยมาก หากถูกกัดควรล้างแผลด้วยสบู่และน้ำและพบแพทย์หากมีอาการผิดปกติ

ทำไมฮอกโนสถึงแกล้งตาย?

การแกล้งตาย (feigning death หรือ thanatosis) เป็นกลไกป้องกันตัวตามธรรมชาติของงูฮอกโนส เมื่อถูกคุกคามและพฤติกรรมขู่อื่นๆ ไม่ได้ผล งูจะพลิกตะแคงหรือหงายท้อง ปากอ้า ลิ้นห้อย และหยุดนิ่งเลียนแบบซากสัตว์ที่เน่าเปื่อย บางครั้งถึงกับขับอุจจาระหรือน้ำดีออกมาเพื่อเพิ่มกลิ่น สัตว์นักล่าหลายชนิดไม่สนใจซากสัตว์ที่ดูเหมือนตายแล้ว จึงทำให้กลยุทธ์นี้ได้ผล ที่น่าสนใจคือถ้าคุณพลิกงูกลับมาท่าปกติ มันจะพลิกตัวหงายขึ้นมาใหม่อีกครั้งราวกับยืนยันว่าตาย งูส่วนใหญ่จะเลิกพฤติกรรมนี้เมื่อคุ้นชินกับผู้เลี้ยงแล้ว

แหล่งอ้างอิง

  1. [1]Heterodon nasicus (nasicus) - Animal Diversity Web · University of Michigan Museum of Zoology
  2. [2]Care And Breeding The Western Hog-nosed Snake · Reptiles Magazine
  3. [3]Hognose Snake Bite. Does it Hurt? What You Should Know · HappySerpent
  4. [4]A case of Western hognose snake bite · Journal of Cutaneous Immunology and Allergy, Wiley
  5. [5]Hognose Snake Health - Sexing · ReptiFiles