ภาพรวม
ภาพรวมการเลี้ยง
งูฮอกโนสตะวันตก (Western Hognose Snake, Heterodon nasicus) เป็นงูที่เหมาะสำหรับผู้เลี้ยงที่ผ่านงูฝึกหัดมาแล้วและอยากลองความท้าทายเพิ่มขึ้น ระดับความยากอยู่ที่ Intermediate ไม่ยากเกินไปสำหรับคนที่เคยเลี้ยงงูมาบ้าง แต่ก็ไม่ใช่งูสำหรับมือใหม่สมบูรณ์แบบเหมือน corn snake จุดที่ทำให้ฮอกโนสต่างจากงูสายพันธุ์อื่น ได้แก่ สามอย่างหลัก ประการแรกคืออาหาร ฮอกโนสเป็นสัตว์กินคางคกในธรรมชาติ การปรับตัวให้กินหนูอาจต้องใช้เวลา บางตัวต้องการการ scent อาหาร (ทำให้หนูมีกลิ่นเหมือนคางคกหรือกบ) เป็นเดือนหรือมากกว่า ประการที่สองคือพฤติกรรมการ bluff งูจะแผ่คอ ฟ่อ แกล้งตาย ซึ่งดูน่ากลัวแต่ไม่เป็นอันตราย ประการที่สามคือระบบ heat ที่ต้องการ gradient ชัดเจน สภาพแวดล้อมที่อุณหภูมิผิดพลาดเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้งูไม่ยอมกิน เปรียบเทียบกับ ball python ฮอกโนสต้องการความชื้นน้อยกว่ามาก (30-50% เทียบกับ 60-80%) แต่ต้องการความลึกของ substrate เพื่อขุดรู ซึ่ง ball python ไม่ต้องการ เปรียบเทียบกับ corn snake ฮอกโนสมีแนวโน้มปฏิเสธอาหารบ่อยกว่า และมีพฤติกรรม defensive ที่โดดเด่นกว่า[1]
ขนาดและประเภทตู้
ขนาดตู้ที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับอายุและเพศของงูเป็นหลัก เพราะฮอกโนสเพศเมียโตได้ใหญ่กว่าเพศผู้อย่างมีนัยสำคัญ ลูกงู (hatchling) ช่วง 0-6 เดือน ควรอยู่ในตู้ขนาดเล็ก 30x20 cm ขึ้นไป ตู้เล็กช่วยให้งูหาอาหารได้ง่าย ลดความเครียด และทำให้ควบคุมอุณหภูมิได้ดีกว่า ตู้ที่ใหญ่เกินไปในช่วงนี้เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้งูปฏิเสธอาหาร วัยรุ่น (juvenile) ช่วง 6-18 เดือน ปรับขยายตู้เป็น 45x30 cm ขั้นต่ำ ตัวเต็มวัยเพศผู้ซึ่งโตได้ประมาณ 40-60 cm ตู้ขนาด 60x45 cm เป็นขั้นต่ำที่ยอมรับได้ ตัวเต็มวัยเพศเมียซึ่งโตได้ถึง 60-90 cm ต้องการตู้ขั้นต่ำ 90x45 cm และยิ่งใหญ่กว่านี้ยิ่งดี[2] พื้นที่พื้นสำคัญกว่าความสูง เพราะฮอกโนสเป็นงูบกที่ไม่ปีนมาก ตู้เปิดด้านหน้า (front-opening) สะดวกกว่าตู้เปิดด้านบน (top-opening) มาก เพราะการหยิบงูจากด้านบนกระตุ้นสัญชาตญาณ defensive ได้ง่าย ส่วนตู้แบบ PVC enclosure เก็บความร้อนและความชื้นได้ดีกว่าตู้กระจก แต่ตู้กระจกก็ใช้ได้ดีหากมีการจัดการ heat ที่ถูกต้อง
พื้นรอง
ฮอกโนสเป็นนักขุดรูตัวยง พื้นรองที่ดีต้องลึกพอให้งูฝังตัวได้ทั้งตัว ความลึกขั้นต่ำ 8-10 cm สำหรับลูกงู และ 10-15 cm สำหรับตัวโต ยิ่งลึกยิ่งดีเพราะช่วยลดความเครียดและส่งเสริมพฤติกรรมธรรมชาติ[3] ตัวเลือก substrate ที่แนะนำ ได้แก่ Aspen shavings ซึ่งเป็นที่นิยมที่สุด สะอาด กลิ่นไม่ฉุน จับตัวได้ดีเมื่อขุด แต่ไม่ทนความชื้นสูง ต้องระวังเชื้อรา, Cypress mulch เก็บความชื้นได้ดีกว่า เหมาะหากความชื้นในห้องต่ำ, Coconut fiber (coconut coir) เก็บความชื้นได้ดีและขุดได้ง่าย, Topsoil ผสม play sand อัตรา 80:20 ให้ความรู้สึกธรรมชาติมากที่สุด สำหรับลูกงูที่เพิ่งเริ่มเลี้ยง กระดาษทิชชูใช้ได้ชั่วคราว ช่วยให้สังเกตอุจจาระและปัญหาสุขภาพได้ง่าย แต่ไม่ใช่ long-term solution เพราะไม่ให้ขุดรูได้ สิ่งที่ต้องระวัง ทรายล้วนๆ ไม่เหมาะ มีความเสี่ยง impaction หากงูกลืนเข้าไปขณะกิน และไม่จับตัวเมื่อขุด Cedar และ pine shavings เป็นพิษต่องู ห้ามใช้เด็ดขาด Substrate ที่เปียกชื้นเกินไปต้องเปลี่ยนทันที การบำรุงรักษา ควรตักส่วนที่งูถ่ายออกทันที และเปลี่ยน substrate ทั้งหมดทุก 3-4 เดือน หรือบ่อยกว่าตามสภาพ