Albino
อัลไบโนเป็นมอร์ฟพื้นฐานของงูทรายเคนยา (Eryx colubrinus) ที่เกิดจากการกลายพันธุ์แบบด้อย (recessive) ซึ่งยับยั้งการสร้างเมลานินแบบ T-negative ทำให้สีดำและน้ำตาลหายไปทั้งหมด งูมีพื้นลำตัวสีส้ม-ครีม มีลวดลายขาวหรือเหลืองอ่อน และตาสีชมพูหรือแดง มอร์ฟนี้ถือเป็นหนึ่งในมอร์ฟที่เก่าแก่และแพร่หลายที่สุดในแวดวงการเพาะพันธุ์งูทราย [1] [2]
รอภาพอ้างอิง
ข้อมูลหลัก
- การถ่ายทอด
- Recessive
- ยีนที่เกี่ยวข้อง
- ยังไม่มีข้อมูลยีนยืนยัน
- พบครั้งแรก
- นักเพาะพันธุ์ไม่ทราบนาม (บันทึกแรกในสหรัฐอเมริกา), 1990
ประวัติและที่มา
มอร์ฟอัลไบโนในงูทรายเคนยาถูกบันทึกครั้งแรกในช่วงต้นทศวรรษ 1990 ในสหรัฐอเมริกา เกิดจากการกลายพันธุ์ตามธรรมชาติ (spontaneous mutation) ที่ยับยั้งเอนไซม์ tyrosinase ซึ่งจำเป็นสำหรับการสร้างเมลานิน นับแต่นั้นมามอร์ฟนี้ได้รับการเพาะขยายพันธุ์อย่างแพร่หลายทั่วโลก และกลายเป็นหนึ่งในมอร์ฟพื้นฐานที่นักเพาะพันธุ์มือใหม่นิยมเริ่มต้นด้วย [1]
พันธุกรรมและการถ่ายทอด
อัลไบโนถ่ายทอดแบบด้อย (autosomal recessive) หมายความว่างูต้องได้รับสำเนายีนกลายพันธุ์จากทั้งพ่อและแม่จึงจะแสดงฟีโนไทป์ งูที่มียีนเพียงชุดเดียว (heterozygous) จะมีลักษณะภายนอกปกติ แต่สามารถถ่ายทอดยีนนี้ให้ลูกได้ การผสม het x het มีโอกาส 25% ได้ลูก visual, 50% het, และ 25% normal [2]
ลักษณะทางกายภาพ
งูอัลไบโนมีพื้นลำตัวสีส้มอมครีมถึงส้มสด ลวดลายบนหลังเป็นสีขาวหรือเหลืองอ่อน แตกต่างจากตัวปกติที่มีลายน้ำตาลเข้มบนพื้นส้ม ตาของอัลไบโนจะมีสีชมพูหรือแดงเนื่องจากหลอดเลือดใต้ผิวมองเห็นได้ชัดเจนในกรณีที่ไม่มีเมลานิน ความเข้มของสีส้มอาจแตกต่างกันไปตามสายพันธุ์ (line) [1]
การดูแลและเพาะพันธุ์
งูทรายอัลไบโนมีความต้องการการดูแลไม่ต่างจากงูทรายปกติ อุณหภูมิ hot spot ควรอยู่ที่ 32-35 องศาเซลเซียส และ cool side ประมาณ 24-27 องศาเซลเซียส ควรจัดให้มีทรายหรือวัสดุรองพื้นที่งูสามารถขุดฝังตัวได้ เนื่องจากงูทรายเป็นสัตว์ที่ชอบหมกตัวอยู่ใต้ทราย การเพาะพันธุ์ใช้วิธีการเดียวกับสปีชีส์ทั่วไป คือจำลองฤดูหนาวเพื่อกระตุ้นการผสมพันธุ์ [3]
มอร์ฟคอมโบที่น่าสนใจ
อัลไบโนเป็นยีนพื้นฐานที่เข้ากันได้กับมอร์ฟอื่นเกือบทุกชนิด คอมโบที่โด่งดังที่สุดคือ Snow ซึ่งเกิดจากการรวม Albino กับ Anerythristic ทำให้ได้งูสีขาวบริสุทธิ์ นอกจากนี้ยังมี Albino Stripe, Albino Splash และคอมโบสามยีนอื่นๆ ที่นักเพาะพันธุ์ขั้นสูงนิยมผลิต [4]
คุณค่าในตลาดและการสะสม
เนื่องจากอัลไบโนเป็นมอร์ฟที่มีมานานและแพร่หลาย ราคาในตลาดจึงอยู่ในระดับปานกลาง ทำให้เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้นที่ต้องการสะสมงูมอร์ฟในราคาที่เข้าถึงได้ อย่างไรก็ตามอัลไบโนที่รวมกับยีนหายากอื่นๆ อาจมีราคาสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ [5]
คอมโบที่พบบ่อย
Snow
Albino Stripe
Albino Splash
มอร์ฟที่ใกล้เคียง
Anerythristic
Paint
คำถามที่พบบ่อย
อัลไบโน T-Negative ต่างจาก T-Positive อย่างไร
อัลไบโน T-Negative มียีนที่ทำให้เอนไซม์ tyrosinase ไม่ทำงานเลย ส่งผลให้ไม่มีเมลานินเกิดขึ้นในร่างกาย ส่วน T-Positive ยังมีเอนไซม์ทำงานบางส่วน ในงูทรายเคนยายืนยันว่าเป็น T-Negative เท่านั้น [2]
Het Albino ที่ดูเหมือนปกติสามารถถ่ายทอดยีนให้ลูกได้หรือไม่
ใช่ Het Albino ที่มีลักษณะภายนอกปกติสมบูรณ์ยังคงถ่ายทอดยีนอัลไบโนให้ลูกได้ 50% ของลูกทั้งหมดเมื่อผสมกับงูปกติ ดังนั้นการรู้ประวัติพันธุกรรมจึงสำคัญมากสำหรับการวางแผนเพาะพันธุ์ [2]
อัลไบโนมีปัญหาสุขภาพพิเศษหรือไม่เมื่อเทียบกับงูปกติ
โดยทั่วไปอัลไบโนในงูทรายเคนยาไม่มีปัญหาสุขภาพที่เชื่อมโยงกับยีนโดยตรง อย่างไรก็ตามควรระวังเรื่องแสง UV ที่รุนแรง เนื่องจากการขาดเมลานินทำให้ผิวหนังและตาไวต่อแสงมากกว่าตัวปกติเล็กน้อย [3]
ทำไมสีส้มของอัลไบโนบางตัวสดกว่าตัวอื่น
ความเข้มของสีส้มในอัลไบโนขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ (line) และอาจมีปัจจัยด้านโภชนาการและอุณหภูมิการเลี้ยงดูเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย นักเพาะพันธุ์บางรายคัดเลือกสายพันธุ์ที่มีสีส้มเข้มโดยเฉพาะเพื่อเพิ่มความสวยงาม [1]